ฉนวนกันเสียง แผ่นซับเสียง

    ฉนวนกันเสียง คือ วัสดุกันเสียง ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกไม่ให้เข้ามาภายใน และป้องกันเสียงจากภายในไม่ให้เล็ดลอดออกไปเพื่อลดปัญหาเสียงที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งเสียงดัง เสียงก้อง เสียงสะท้อน โดยใช้วัสดุกันเสียงที่มีคุณสมบัติพิเศษในการดูดซับเสียง วัสดุกันเสียงเหล่านี้มักจะมีโครงสร้างรูพรุน วัสดุที่ใช้ทำฉนวนกันเสียงมีหลากหลายประเภท เช่น ใยแก้ว ใยหิน ฟองน้ำ โฟมยาง แผ่นยางสังเคราะห์ ฯลฯ แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพในการกันเสียงแตกต่างกันไป

แผ่นซับเสียง คือ วัสดุกันเสียง ที่มีความสามารถในการดูดซับเสียง เพื่อป้องกันเสียงสะท้อนกลับจากฝ้าเพดาน พื้น และผนัง ทำให้ห้องนั้นๆ ที่ติดวัสดุแผ่นซับเสียง มีเสียงสะท้อนที่น้อยลง หรือไม่มีเสียงก้อง โดยปกติแล้วจะทำมาจากเส้นใยต่างๆ อาทิ ใยแก้ว ฟองน้ำ หรือแผ่นโฟมสำเร็จรูป ซึ่งมักจะปิดหุ้มผิวด้านนอกด้วยผ้า หรือวัสดุกันความชื้นพิเศษที่ไม่อุ้มน้ำ

ความต่างของ แผ่นซับเสียง กับ แผ่นกั้นเสียง ที่คุณควรรู้ก่อนออกแบบ | AVL


หลักการทำงานของฉนวนกันเสียง

ฉนวนกันเสียง แผ่นกันเสียง ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เสียงผ่านจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง หรือลดระดับเสียงลง โดยอาศัยหลักการดังนี้

1. การดูดซับเสียง:

ฉนวนกันเสียงส่วนใหญ่ทำมาจากวัสดุที่มีลักษณะเป็นรูพรุน (Open Cell) เช่น ใยแก้ว ใยหิน ฟองน้ำ หรือแผ่นโฟม เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับฉนวน เสียงจะถูกดูดซับไว้บางส่วน พลังงานเสียงจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ทำให้ระดับเสียงลดลง

2. การสะท้อนเสียง:

ฉนวนกันเสียงบางประเภท มีความหนาแน่นสูง ช่วยสะท้อนคลื่นเสียงกลับไปยังแหล่งกำเนิดเสียง

3. การเพิ่มมวล:

การติดตั้งฉนวนกันเสียง จะช่วยเพิ่มมวลให้กับผนังหรือโครงสร้าง ช่วยลดการสั่นสะเทือนของโครงสร้าง ทำให้เสียงรบกวนจากภายนอกผ่านเข้ามาน้อยลง

4. การลดการสั่นสะเทือน: ฉนวนกันเสียงบางชนิดสามารถลดการสั่นสะเทือนของผนังหรือโครงสร้าง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของเสียงรบกวน ฉนวนกันเสียงเหล่านี้มักทำจากวัสดุที่นุ่มและยืดหยุ่น


ประสิทธิภาพของฉนวนกันเสียง

  • ค่า STC (Sound Transmission Class): เป็นค่าที่แสดงความสามารถในการลดระดับเสียงรบกวนของผนังหรือวัสดุกันเสียง โดยค่า STC ยิ่งสูง แสดงว่าวัสดุดูดซับเสียงได้ดี ยกตัวอย่างเช่น ผนังกันเสียงที่มีค่า STC 50 จะลดระดับเสียงรบกวนได้มากกว่าผนังกันเสียงที่มีค่า STC 30
  • ค่า NRC (Noise Reduction Coefficient): เป็นค่าที่แสดงความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุ โดยค่า NRC ยิ่งสูง แสดงว่าวัสดุดูดซับเสียงได้ดี ยกตัวอย่างเช่น วัสดุดูดซับเสียงที่มีค่า NRC 0.7 หมายความว่า วัสดุนั้นสามารถดูดซับเสียงได้ 70%
  • ค่า TL (Transmission Loss): เป็นค่าที่แสดงความสามารถในการลดระดับพลังงานเสียงของวัสดุ โดยค่า TL ยิ่งสูง แสดงว่าวัสดุดูดซับเสียงได้ดี
  • ค่า Rw (Weighted Sound Reduction Index): เป็นค่าที่แสดงความสามารถในการลดระดับเสียงรบกวนของผนังหรือวัสดุกันเสียงในช่วงความถี่ที่ได้ยิน (250 Hz – 2,000 Hz) โดยค่า Rw ยิ่งสูง แสดงว่าวัสดุดูดซับเสียงได้ดี

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของฉนวนกันเสียง

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของฉนวนกันเสียง ดังนี้

  • ชนิดของวัสดุ: วัสดุแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการดูดซับเสียงแตกต่างกัน
  • ความหนาของฉนวน: ฉนวนที่หนากว่า จะมีประสิทธิภาพในการดูดซับเสียงดีกว่า
  • ความถี่ของเสียง: ฉนวนแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการดูดซับเสียงในช่วงความถี่ที่แตกต่างกัน
  • วิธีการติดตั้ง: ฉนวนที่ติดตั้งถูกต้อง จะมีประสิทธิภาพในการดูดซับเสียงดีกว่

คุณสมบัติ ฉนวนกันเสียง 

ฉนวนกันเสียง นอกจากจะสามารถดูดซับเสียงแล้ว ยังมีคุณสมบัติพิเศษอีกมากมาย ดังนี้

  • ป้องกันเสียง : ฉนวนกันเสียงผลิตจากวัสดุที่มีความหนาแน่นสูง เช่น ใยแก้ว ใยหิน โฟม ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกและสามารถใช้เป็นฉนวนกันความร้อน ทำให้ห้องเย็นขึ้น
  • ตกแต่ง : ฉนวนกันเสียงสามารถใช้เป็นสิ่งของตกแต่งผนัง และเพดานห้องได้
  • ไม่ลามไฟ : ฉนวนกันเสียงติดไฟยาก ช่วยชะลอการลุกลามของไฟขณะเกิดเพลิงไหม้ ปลอดภัยต่อการใช้งาน
  • ปลอดภัย : ฉนวนกันเสียงไม่มีสารเคมีที่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย ไม่เน่าเปื่อย ไม่เป็นเชื้อรา ใช้งานได้ยาวนาน
  • ติดตั้งง่าย : ฉนวนกันเสียงมีน้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว

ประโยชน์ของฉนวนกันเสียง

ฉนวนกันเสียง แผ่นกันเสียง มีคุณประโยชน์หลายด้าน โดยเฉพาะในการปรับปรุงความสะดวกสบายและความเงียบสงบในบริเวณที่คุณอาศัย นี่คือประโยชน์หลักของฉนวนกันเสียง:

  1. ปกป้องผู้อยู่อาศัยจากเสียงรบกวนภายนอก:
    • ช่วยสร้างห้องที่คุณสามารถอ่าน ทำงาน หรือพักผ่อนโดยไม่ถูกรบกวนด้วยเสียงภายนอก
    • เสริมสร้างความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย
  2. ลดการสะท้อนและการส่งผ่านของเสียงระหว่างพื้นที่ภายในอาคาร:
    • ฉนวนกันเสียง ทำให้เสียงไม่ก้อง ไม่สะท้อนไปมาในห้อง
    • ป้องกันเสียงดังจากสภาพอากาศ เช่น ฝนตก ลูกเห็บตก ฉนวนกันเสียงจะคอยดูดซับเสียงที่กระทบกับหลังคา ทำให้เสียงที่ตกกระทบเบาลง

การติดตั้งฉนวนกันเสียง

แผ่นฉนวนกันเสียงมีหลากหลายประเภท และมีวิธีการใช้งานที่หลากหลาย เนื่องจากน้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่าย ใช้ได้กับทั้งบ้าน คอนโด ที่อยู่อาศัย ห้องอัดเสียง โรงภาพยนตร์ ห้องประชุม สามารถติดตั้งฉนวนกันเสียงตามจุดต่างๆ ได้ดังนี้

  • ระบบฝ้า

วิธีติดตั้งฉนวนกันเสียงกับระบบฝ้า ในขณะที่กำลังทำฝ้าเพดาน ให้นำแผ่นฉนวนกันเสียงไปวางไว้บนโครงของฝ้าเพดาน ก่อนที่จะปิดทับด้วยแผ่นยิปซัม ก็จะสามารถช่วยดูดซับเสียงภายในห้องไม่ให้ดังไปถึงชั้นบน และป้องกันเสียงรบกวนจากชั้นบนได้ นอกจากนี้ฉนวนกันเสียงยังช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ดี ทำให้ห้องเย็นขึ้น

  • ระบบผนังเบา

วิธีติดตั้งฉนวนกันเสียง ผนังเบา ในขณะที่กำลังทำการกั้นห้องด้วยผนังเบา ควรใช้แผ่นฉนวนกันเสียงติดตั้งเข้าไปในระหว่างช่องว่างของผนังเบา เพื่อช่วยดูดซับเสียงไม่ให้ดังไปถึงอีกห้องหนึ่ง และป้องกันเสียงรบกวนจากห้องอื่นได้เช่นกัน

  • ระบบผนัง cavity

วิธีติดตั้งฉนวนกันเสียงกับระบบผนัง cavity เป็นการเว้นช่องว่างระหว่างผนังจะช่วยทำให้โครงสร้างอาคารแข็งแรงขึ้น เมื่อนำแผ่นฉนวนกันเสียงมาติดตั้งระหว่างการทำผนัง เช่น ผนังคอนกรีต ผนังอิฐฉาบปูน โดยจะติดตั้งอยู่ระหว่างผนังทั้งสองข้างด้วยหมุดยึดฉนวน ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันเสียงของอาคารได้มากขึ้น

  • ระบบผนังคอนกรีต

วิธีติดตั้งฉนวนกันเสียงกับระบบผนังคอนกรีต เป็นการติดตั้งแผ่นฉนวนกันเสียง สำหรับผู้ที่ต้องการต่อเติมจากผนังคอนกรีตที่มีอยู่เดิม เพื่อดูดซับเสียงภายในไม่ให้ดังออกไปข้างนอก และป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก โดยติดตั้งด้วยการนำแผ่นฉนวนกันเสียงมายึดติดกับหมุดตามแนวที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งฉนวนกันเสียงเพดานเพิ่มได้อีกเช่นกัน


วิธีการติดตั้งฉนวนกันเสียง แผ่นกันเสียง

การติดตั้งฉนวนกันเสียง แผ่นกันเสียง สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญ เพียงแค่มีอุปกรณ์และความรู้พื้นฐาน ดังนี้

  1. เตรียมพื้นที่: ทำความสะอาดพื้นที่ที่จะติดตั้งฉนวนกันเสียง โดยขจัดฝุ่นและคราบน้ำมันที่ติดอยู่ออก
  2. ตัดฉนวนกันเสียง: ตัดฉนวนกันเสียงให้ได้ขนาดตามต้องการ โดยใช้คัตเตอร์หรือเลื่อย
  3. ติดตั้งฉนวนกันเสียง: ติดตั้งฉนวนกันเสียงบนโครงฝาผนัง ฝ้าเพดาน หรือพื้น โดยใช้กาวหรือตะปู
  4. ปิดทับฉนวนกันเสียง: ปิดทับฉนวนกันเสียงด้วยแผ่นยิปซัม แผ่นสมาร์ทบอร์ด หรือวัสดุอื่นๆ
  5. เก็บรอยต่อ: ฉาบรอยต่อระหว่างแผ่นยิปซัม แผ่นสมาร์ทบอร์ด หรือวัสดุอื่นๆ

การเลือกฉนวนกันเสียง

การเลือกฉนวนกันเสียง แผ่นกันเสียง ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน งบประมาณ และสภาพแวดล้อม ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • ประเภทของเสียงรบกวน: เสียงรบกวนมีหลายประเภท เช่น เสียงอากาศ เสียงกระทบ เสียงสั่นสะเทือน ฉนวนกันเสียงแต่ละประเภทมีประสิทธิภาพในการกันเสียงที่แตกต่างกัน ควรเลือกฉนวนกันเสียงที่เหมาะกับประเภทของเสียงรบกวน
  • ระดับความดัง: ระดับความดังของเสียงรบกวนมีหน่วยเป็นเดซิเบล (dB) ฉนวนกันเสียงแต่ละประเภทมีค่า STC (Sound Transmission Class) ที่แตกต่างกัน ค่า STC ยิ่งสูง ฉนวนกันเสียงยิ่งมีประสิทธิภาพในการกันเสียงดี
  • พื้นที่ติดตั้ง: ฉนวนกันเสียงแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่แตกต่างกัน ควรเลือกฉนวนกันเสียงที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ติดตั้ง
  • งบประมาณ: ฉนวนกันเสียงมีราคาแตกต่างกันไป ควรเลือกฉนวนกันเสียงที่เหมาะกับงบประมาณ

ความแตกต่างของ ฉนวนกันเสียง และแผ่นซับเสียง

ฉนวนกันเสียง และ ฉนวนซับเสียง คือวัสดุที่ผลิตขึ้นมาจัดการปัญหาที่แตกต่างกัน โดยที่​ ฉนวนกันเสียงจะทำหน้าที่ “ป้องกัน” ไม่ให้เสียงผ่านไปได้ช่วยแก้ปัญหา “เสียงดัง” จะพิจารณาจากค่า STC (Sound Transmission Class) เป็นหลัก ส่วนแผ่นซับเสียง จะทำหน้าที่ “ดูดซับ” เสียงภายในห้อง ช่วยแก้ปัญหาเรื่อง “เสียงสะท้อน” และ “เสียงก้อง” จะพิจารณาที่ค่า NRC (Noise Reduction Coefficient) และ ค่า SAC (Sound  Absorbtion Coefficient) เป็นหลัก


การดูแลรักษาฉนวนกันเสียง แผ่นกันเสียง แผ่นซับเสียง

ฉนวนกันเสียงเป็นวัสดุกันเสียงที่ใช้เพื่อลดการส่งผ่านเสียงรบกวนผ่านผนัง พื้น และเพดาน โดยทั่วไปแล้วฉนวนกันเสียงมีอายุการใช้งานยาวนาน แต่ก็จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาบ้างเล็กน้อยเพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานคงอยู่

วิธีการดูแลรักษาฉนวนกันเสียง:

  • ทำความสะอาด: ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกสามารถสะสมบนฉนวนกันเสียงได้
    ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
    ควรทำความสะอาดฉนวนกันเสียงเป็นประจำโดยใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีหัวแปรงนุ่ม
  • ตรวจสอบความชื้น: ความชื้นอาจทำให้ฉนวนกันเสียงเสียหายได้ ควรตรวจสอบฉนวนกันเสียงเป็นประจำเพื่อหาสัญญาณของความชื้น เช่น รอยด่างหรือเชื้อรา หากพบความชื้น ควรแก้ไขสาเหตุของความชื้นและทำให้ฉนวนกันเสียงแห้งสนิท
  • ตรวจสอบรอยรั่ว: รอยรั่วในผนัง พื้น หรือเพดาน อาจทำให้เสียงรบกวนผ่านเข้ามาได้ ควรตรวจสอบฉนวนกันเสียงเป็นประจำเพื่อหาสัญญาณของรอยรั่ว หากพบรอยรั่ว ควรซ่อมแซมโดยเร็วที่สุด
  • ป้องกันจากแมลง: แมลงบางชนิดอาจทำลายฉนวนกันเสียงได้ ควรป้องกันฉนวนกันเสียงจากแมลงโดยปิดช่องว่างและรอยแตก และใช้ยาฆ่าแมลงหากจำเป็น

คำแนะนำและข้อควรระวัง

ลักษณะการใช้งาน

ฉนวนสำหรับงานอะดูสติก ใช้สำหรับการกันเสียง และดูดซับเสียง ภายในบ้าน อาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม และสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันเสียงรบกวน และตกแต่ง

คำเตือนทั่วไป

ห้ามรับประทานหรือนำฉนวนเข้าปาก

คำเตือนการติดตั้งฉนวนกันเสียง

  • ในการติดตังผู้ติดตั้งควรแต่งกายมิดชิด โดยสวมถุงมือ ของเท้าหุ้มส้น แว่นตานิรภัยและผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันฝุ่นละออง
  • ก่อนการติดตั้งต้องทำการตัดกระแสไฟฟ้าทุกครั้งต้องมั่นใจว่าไม่มีกระแสไฟรั่ว
  • ห้ามปูทับหลอดไฟ ดาวน์ไลท์ หรือแหล่งความร้อน เพราะจะทำให้หลอดไฟแตกได้
  • ห้ามติดตั้งบริเวณที่มีไอระเหยของสารเคมี เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาทางเคมีได้
  • ห้ามติดตั้งบริเวณที่โดนแสงแดดโดยตรง
  • ห้ามติดตั้งบริเวณที่สัมผัสความชื้นและน้ำโดยตรง
  • ควรระวังของแหลมคมในระหว่างการติดตั้ง ที่จะทำให้วัสดุปิดผิวและฉนวนฉีกขาดได้
  • หลังการติดตั้งเสร็จควรตรวจสอบว่ามีรอยฉีกขาด หรือ ตำหนิที่ฉนวนหรือไม่ หากมีควร ปิดด้วยเทปอลูมิเนียมฟอยล์ให้เรียบร้อย            
  • กรณีเกิดอาการคันหรือระคายเคืองบริเวณที่สัมผัสฉนวน ควรแช่ด้วยน้ำอุ่น และหากอาการ ยังไม่ดีขึ้นควรรับปรึกษาแพทย์ทันที
  • ควรเก็บคู่มือ ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยเพื่อประโยชน์ของท่าน

คำแนะนำทั่วไป

  • ควรทำความสะอาดพื้นผิวที่ปูฉนวนให้สะอาดก่อนการติดตั้ง
  • ควรเลือกใช้ฉนวนที่เหมาะสมกับการใช้งาน คำแนะนำในการจัดเก็บและกำจัด
  • ควรเก็บ สินค้าในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท และควรเก็บให้พันจากน้ำ ความชื้น และแสงแดด
  • ฉนวนกันเสียงสามารถทั้งร่วมกับขยะปกติ โดยใส่ถุงมัดให้มิดชิดและกำจัดทั้งตามคำแนะนำของเจ้าหน้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

สามารถติดตามข่าวสินค้าจากเราได้ Fanpage: HOMESMART.ME