สีตราทีโอเอ TOA

สีตราทีโอเอ เป็นสีทาบ้านที่มีคุณภาพสูง การทาสีตกแต่งภายในบ้าน ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก การเลือกสีทาภายใน นอกจากสีสันที่สวยงามแล้ว เรื่องของความปลอดภัยต่อสุขภาพในการใช้งานและการอยู่อาศัยก้มีส่วนสำคัญ ดังนั้น มาดูวิธีการเลือกสีทาภายใน ในบทความนี้กันว่า จะเลือกสีทาภายในอย่างไรให้สวยตรงใจ และปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย แถมขั้นตอนการทาสีภายในบ้านด้วยตัวเองที่จะช่วยให้ผลงานสวยเนียนเหมือนมืออาชีพ

สีที่ใช้สำหรับทาอาคารหรือบ้านที่เป็นพื้นผิวปูนหรือคอนกรีต จะเป็นสีน้ำอะคริลิก แบ่งเป็น 3 ประเภทตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน คือ สีรองพื้นปูน สีทาภายนอก และสีทาภายใน

สีทาภายใน กับ สีทาภายนอก แตกต่างกันอย่างไร?

  1. สีทาบ้านภายใน เป็นสีที่ทาทับพื้นผิวปูนส่วนผนังภายในบ้าน ภายในอาคาร โดยมีความเข้มข้นของเนื้อสีอะคริลิกที่เยอะ สีทาบ้านภายในเป็นสีที่ไม่ได้สัมผัสกับมลภาวะข้างนอกอย่างแสงแดด ลม ฝน เพราะฉะนั้นคุณสมบัติที่ต้องมีส่วนมากจะเป็นในส่วนของป้องกันเชื้อราได้ดี เพราะในบ้านมีความชื้นง่ายกว่าภายนอก เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย และไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายเพื่อสุขภาพของคนในบ้านโดยตรง
  2. สีทาบ้านภายนอก เป็นสีจริงตามที่ต้องการซึ่งเป็นสีทาทับพื้นผิวปูนหรือคอนกรีตส่วนผนังภายนอกบ้าน นอกอาคารหลังจากที่ทาสีรองพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยสีประเภทนี้มักจะมีส่วนผสมของสีอะคริลิคและผสมสารเคมีพิเศษต่างๆ เพิ่มเข้าไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสีให้มีคุณสมบัติทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศภายนอกไม่ว่าจะเป็นแดด ลม ฝน สามารถใช้ได้ยาวนานและมีความคงทนมากกว่าสีทาบ้านภายใน

สีทาบ้านภายใน จะเน้นคุณสมบัติ ดังนี้

  • เช็ดล้างง่าย
  • เนื้อสีเยอะ และมีความละเอียดสูง
  • ทนทานต่อการขัดถู ทำความสะอาด
  • กลิ่นอ่อน ไม่รบกวนผู้อยู่อาศัย
  • ป้องกันเชื้อรา แบคทีเรีย

สีทาบ้านภายนอก จะเน้นคุณสมบัติ ดังนี้

  • เช็ดล้างง่าย
  • ทนทาน ทนแดด ลม ฝน
  • ป้องกันการแตกหรือหลุดลอกของสีได้ดี
  • มีราคาแพงกว่าสีทาภายนอกหากเทียบในรุ่น-เกรดเดียวกัน เนื่องจากมีส่วนผสมที่ใส่เพิ่มเข้าไปจากเนื้อสีเดิม เพื่อให้สีติดทนนาน
  • ไม่จับฝุ่นง่าย
  • ทำความสะอาดตัวเองได้
  • มีสารป้องกันความชื้นและป้องกันเชื้อรา

ไอเดียการเลือกสีทาภายในบ้าน

โทนสีสำหรับทาภายในบ้าน มีทั้งหมด 3 โทน ได้แก่ สีทาบ้านโทนร้อน สีทาบ้านโทนกลาง และสีทาบ้านโทนเย็น ดังนี้

สีโทนร้อน

สีโทนร้อน คือ สีที่มีสีจัดจ้าน สะดุดตา เช่น สีแดง สีเหลือง สีส้ม เป็นสีที่ให้ความรู้สึกถึงพลัง ความรุนแรง ความกระตือรือร้น และดึงดูดสายตา สีโทนนี้เหมาะใช้เป็นสีทาบ้านให้ดูสว่าง เมื่อมองก็จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกมีชีวิตชีวา ปลุกพลัง และกระตุ้นความสนใจ

ยกตัวอย่างสีโทนร้อน ดังนี้

  • สีเหลือง สีที่สว่างสดใส สื่อถึงความบันเทิง ความสุข ความเพลิดเพลิน ทั้งยังช่วยเพิ่มสมาธิ และกระตุ้นความจำ
  • สีแดง สีที่โดดเด่น ดึงดูดความสนใจได้ง่าย ให้ความรู้สึกตื่นเต้น สื่อถึงความโกรธ ความรัก ทั้งยังเป็นสีที่มีพลัง ช่วยให้ผู้คนลงมือทำ และช่วยแสดงอารมณ์ออกมาอีกด้วย
  • สีส้ม สีที่ให้อารมณ์สนุกสนาน มองโลกในแง่ดี ส่งผลให้มีทัศนคติเชิงบวก เสริมสร้างกำลังใจ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นความหิวหรือความอยากรับประทานอาหาร และช่วยในเรื่องทักษะการคิดอย่างมีวิจารญาณ

 

 

สีโทนกลาง

สีโทนกลาง คือ สีที่ไม่ปรากฏบนวงล้อสี และไม่ได้อยู่ในโทนสีร้อนหรือโทนสีเย็น หรือที่เรียกกันว่า สีเอิร์ธโทน ได้แก่ สีขาว สีดำ สีเทา สีน้ำตาล รวมไปถึงสีเบจ สีแทน และสีครีม สีเหล่านี้ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เรียบง่าย มองแล้วสบายตา ไม่ซับซ้อนเหมือนมองโทนสีอื่น ทั้งยังสามารถเสริมสีอื่นๆ ที่สดใสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยกตัวอย่างสีโทนกลาง ดังนี้

  • สีขาว เป็นสีที่สื่อถึงความสงบสุข สันติภาพ ความบริสุทธิ์ และความสะอาด ให้ความรู้สึกสดชื่น เรียบง่าย และสง่างาม
  • สีน้ำตาล สีที่ให้อารมณ์อบอุ่น มีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และปลอดภัย
  • สีดำ เป็นสีที่ค่อนข้างเข้ม สื่อถึงความแข็งแกร่ง และอำนาจ ให้ความรู้สึกเคร่งขรึม เป็นทางการ รวมถึงลึกลับน่าค้นหา

 

สีโทนเย็น

สีโทนเย็น คือ สีที่ทำให้นึกถึงธรรมชาติอันสดชื่น ให้ความรู้สึกเย็นตา สงบ และสุขุม เช่น สีฟ้า สีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง แม้ว่าสีโทนเย็นจะไม่โดดเด่นเท่าสีโทนร้อน แต่สามารถทำให้ห้องขนาดเล็กดูเหมือนมีพื้นที่ใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ได้
ยกตัวอย่างสีโทนเย็น ดังนี้

  • สีฟ้า เป็นสีที่เงียบสงบ ทำให้รู้สึกปลอดภัย ช่วยให้มีสมาธิและช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายได้
  • สีเขียว สีที่มีความเชื่อมโยงถึงธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม จึงทำให้รู้สึกสดชื่น สงบ ร่มรื่น และผ่อนคลาย ทั้งยังเป็นสีที่ดวงตามองเห็นได้มากที่สุด
  • สีม่วง สีที่แสดงถึงความหรูหรา อำนาจ และความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ สามารถให้ความรู้สึกทั้งความสงบของโทนสีเย็น และความอบอุ่นของโทนสีร้อน

 

ขั้นตอนการทาสีบ้านภายในด้วยตัวเอง

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมอุปกรณ์สำหรับการทาสี

  • กระดาษทราย ใช้ในการขัดผนังให้มีความเรียบเนียนก่อนเริ่มขั้นตอนการทาสีบ้าน
  • เกรียง ใช้ในการขัดสีเก่าออก หรือลอกวอลเปเปอร์ออก
  • สีทาบ้าน ตามประเภทของพื้นผิวที่จะทำการทาสี
  • ลูกกลิ้งทาสี ใช้สำหรับทาบริเวณพื้นที่กว้าง โดยจะมีอยู่ 3 ขนาดที่เป็นที่นิยม คือ ลูกกลิ้งขนาด 4 นิ้ว 7 นิ้ว และ 10 นิ้ว
  • แปรงทาสี ใช้สำหรับการทาสีในพื้นที่ที่จำกัด ลูกกลิ้งไม่สามารถเข้าถึงได้ และเก็บรายละเอียดตามขอบมุม โดยหัวแปรงมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 1-5 นิ้ว
  • ถาดกลิ้งสี ใช้ในการแบ่งสีในการทาเพื่อความสะดวก โดยเอาไว้ใส่สีเพื่อกลิ้งลูกกลิ้งให้สีเรียบเนียนไม่จับตัวกันเป็นก้อน
  • เทปกาว ใช้ในการแปะบริเวณต่างๆ ที่ไม่ต้องการให้เลอะสีออกนอกพื้นที่ โดยจะใช้แปะบริเวณปลั๊กไฟ ขอบประตู ขอบหน้าต่าง
  • กระดาษรองพื้นหรือผ้าใบรองพื้น ใช้ในการกันสีหยดลงบนพื้น

ขั้นตอนที่ 2 คลุมเฟอร์ฯ เตรียมพื้นผิว ติดเทปกันขอบ

เตรียมพื้นผิว

  • สำหรับผนังภายในบ้านเป็นผนังปกติ ไม่เก่ามาก สีเดิมยังคงติดดี ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฝุ่นผงออกให้สะอาด ปราศจากเศษซีเมนต์ และคราบไข
  • สำหรับผนังบ้านที่มีสีลอกล่อน ให้ใช้เกรียงขูดแซะขัดออกมาให้หมดเสียก่อน แล้วใช้ผ้าเช็ดฝุ่นผงออกให้หมดเท่าที่จะทำได้
  • สำหรับผนังบ้านที่มีรอยแตกร้าว หลังจากทำความสะอาดพื้นผิวเสร็จแล้ว ให้อุดโป๊วด้วยวัสดุที่เหมาะสม โดยรอยแตกร้าวขนาดเล็ก (น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร) และไม่แตกต่อเนื่อง ให้อุดโป๊วด้วย ทีโอเอ อะครีลิค ฟิลเลอร์ ส่วนบริเวณที่มีรอยแตกร้าวมากกว่า 1 มิลลิเมตร หรือมีการแตกต่อเนื่อง ให้อุดโป๊วด้วย ทีโอเอ อะครีลิค ซีลแลนท์
  • ติดเทปกันขอบ ผนังที่เราจะทาสีให้เรียบร้อย ขั้นตอนนี้สำคัญมากสำหรับมือใหม่ที่ต้องการทาสีบ้านด้วยตัวเอง ยิ่งเราป้องกันดี เมื่อทาเสร็จผนังก็จะเนียน พื้นที่บริเวณโดยรอบก็จะสวยสะอาดตา ขอบคม ไร้รอยหยด ดูเป็นมืออาชีพสุดๆ

ขั้นตอนที่ 3 ทาสีรองพื้น

  • ใช้สีรองพื้นอเนกประสงค์ ทีโอเอ ไฮโดร ควิก ไพรเมอร์ ทา 1 เที่ยว ทิ้งให้แห้ง ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็ไปลุยขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 4 ทาสีทับหน้า

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดทาสีบ้าน “ถาดสี” ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ควรจุ่มลูกกลิ้งลงไปที่ถังสีโดยตรง เพราะจะทำให้เราได้ปริมาณสีที่มากเกินไป ทำให้ยากต่อการควบคุม ดังนั้น ถาดสีนี่แหละ ที่จะช่วยให้เราได้ใช้สีได้อย่างพอดี มีเนื้อสีเกาะที่ลูกกลิ้งอย่างพอเหมาะ เพราะในการทาสีบ้าน เราต้องการใช้สีแค่ในปริมาณหมาดๆ เท่านั้น

วิธีดูแลสีทาบ้านให้ติดสีสวย ติดทนนาน

1. ทำความสะอาดพื้นผิวอยู่เสมอ

การทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนพื้นผิวอยู่เสมอ เป็นขั้นตอนการดูแลพื้นผิวหลังการการทาสี ให้คงความสวยงามอยู่เสมอ โดยควรหมั่นทำความสะอาดรอยเปื้อน คราบฝุ่นละอองต่างๆ เพื่อไม่ให้คราบติดแน่นฝังลึกจนบดบังความสดใสของสีที่ทาลงไป

2. หลีกเลี่ยงไม่ให้พื้นผิวที่ทาสีสัมผัสความชื้น

หากพื้นผิวที่ทำการทาสีเสร็จไปแล้วเจอความชื้น เช่น โดนน้ำ น้ำฝน หรืออื่นๆ ความชื้นจะทำให้สีที่ทาพื้นผิวบริเวณนั้นบวม ซีด หลุดลอก เกิดเชื้อรา หรือตะไคร่น้ำ จนทำให้สีดูไม่สวยงาม ซึ่งในขั้นตอนการทาสีอาจเลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติในการป้องกันเชื้อราได้ หรือเป็นสีที่มีคุณสมบัติไม่ดูดซับน้ำไว้ภายใน เพื่อไม่ให้มีความชื้นหลงเหลือไว้บนพื้นผิวผนังมากนัก

3. ป้องกันพื้นผิวจากแสงแดด

หากพื้นผิวบริเวณที่ทาสีเจอแสงแดดบ่อย จะทำให้สีมีความซีด หลุดร่อน จนสีไม่สวย หรือไม่ติดทน ในขั้นตอนการทาสีบ้านภายนอก หากเลือกใช้เป็นสีอ่อนจะช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดีกว่า หรือสามารถเลือกสีทาบ้านที่มีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันรังสีความร้อนจากแสงอาทิตย์ ก็จะช่วยทำให้บ้านอุณหภูมิไม่สูงจนเกินไป และทำให้อากาศในบ้านมีความเย็นสบายอีกด้วย

สามารถติดตามข่าวสินค้าจากเราได้ Fanpage: HOMESMART.ME