กาวซีเมนต์และยาแนว

กาวซีเมนต์และยาแนว

กาวซีเมนต์

ปูนกาวหรือกาวซีเมนต์ (Cement Tile Adhesive) คือ ปูนซีเมนต์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ปูกระเบื้องโดยเฉพาะ ปูนกาวประเภทนี้ทำมาจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และส่วนผสมพิเศษอื่น ๆ เช่น ทรายละเอียดคัดพิเศษ ผงลาเท็กซ์ และเคมีชนิดอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น ที่จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะให้ดียิ่งกว่าเดิม ใช้ปูได้ทั้งพื้นและผนัง ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องเซรามิกทั่วไป กระเบื้องพอร์ซเลน แกนิตโต้ หินอ่อน หินแกรนิต หรือกระเบื้องประเภทอื่น ๆ ก็ใช้ได้ทั้งนั้น

ประโยชน์ของปูนกาว หรือกาวซีเมนต์

ปูนกาว (Cement Tile Adhesive) มีประโยชน์อย่างมากในงานปูกระเบื้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปูกระเบื้องที่ต้องการความแข็งแรงและความยึดเกาะ นี่คือคุณสมบัติและประโยชน์ของปูนกาว:

  1. ความแข็งแรงและความยึดเกาะ: ปูนกาวมีความแข็งแรงที่เหมาะสำหรับงานปูกระเบื้อง และสามารถยึดติดกระเบื้องได้ดีกว่าปูนซีเมนต์ทั่วไป
  2. ง่ายต่อการใช้งาน: ปูนกาวไม่ต้องผสมกับวัสดุอื่น ๆ และใช้งานง่าย แค่ผสมน้ำอย่างเดียวก็พร้อมใช้
  3. ความหลากหลาย: มีประเภทต่าง ๆ ที่เหมาะกับงานปูกระเบื้องที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ซเลน หินอ่อน หินแกรนิต หรือกระเบื้องประเภทอื่น ๆ
  4. ป้องกันปัญหา: ปูนกาวช่วยป้องกันปัญหากระเบื้องบวม แตก ระเบิด หรือหลุดล่อน ทำให้ไม่ต้องซ่อมแซมในภายหลัง

ปริมาณการใช้ปูนกาวต่อพื้นที่

  • ขนาดกระเบื้อง 2.5×2.5 หรือ 5×5 ซม. ใช้เกรียงหวีขนาด 3×3 มม.
  • ขนาดกระเบื้อง 10×10 หรือ 30×30 ซม. ใช้เกรียงหวีขนาด 6×6 มม.
  • ขนาดกระเบื้อง 40×40 ซม. ขึ้นไป ใช้เกรียงหวีขนาด 10×10 มม.
  • จากนั้นคำนวณปริมาณพื้นที่ที่สามารถปูกระเบื้องได้จากการใช้เกรียงหวีแต่ละขนาดต่อปูนกาวซีเมนต์ 1 ถุง (20 กิโลกรัม)
  • ใช้เกรียงหวีขนาด 3 x 3 มม. ต่อปูนกาว 1 ถุง จะปูกระเบื้องได้ปริมาณ 7 – 8 ตร.ม.
  • ใช้เกรียงหวีขนาด 6 x 6 มม. ต่อปูนกาว 1 ถุง จะปูกระเบื้องได้ปริมาณ 5 – 6 ตร.ม.
  • ใช้เกรียงหวีขนาด 10 x 10 มม. ต่อปูนกาว 1 ถุง จะปูกระเบื้องได้ปริมาณ 2 – 3 ตร.ม.
  • สุดท้ายจะรู้จำนวนถุงปูนกาวที่ต้องใช้ ได้จากนำขนาดห้องหรือพื้นที่ที่ต้องการปูกระเบื้อง หารด้วยปริมาณพื้นที่ที่สามารถปูกระเบื้องได้ (ขนาดพื้นที่ที่ต้องการปูกระเบื้อง / ปริมาณพื้นที่ที่สามารถปูกระเบื้องได้)
  • ยกตัวอย่างเช่น ต้องการปูกระเบื้องขนาด 10 x 10 ซม. ในพื้นที่ขนาด 25 ตร.ม. จะใช้เกรียงหวีขนาด 6 x 6 มม. ซึ่งสามารถปูกระเบื้องได้ปริมาณ 5 – 6 ตร.ม. (25 / 5 = 5) ดังนั้นจำนวนปูนกาวที่จะใช้โดยเฉลี่ยคือ 5 ถุง

กาวยาแนว

ยาแนว หรือ กาวยาแนว คือ ตัวช่วยสำคัญที่ทำหน้าที่คู่ไปกับในการปูกระเบื้อง ช่วยทำพื้นบ้าน หรืออาคารดูเรียบร้อย สะอาด ในปัจจุบันยาแนว มีสีให้เลือกมากมาย หลายเฉด เพื่อให้สามารถกลมกลืนไปกับกระเบื้อง ยกระดับบ้าน หรืออาคารให้ดูสวยงาม มีคุณค่า มีราคายิ่งขึ้น นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ยาแนว ยังมีความยืดหยุ่นสูง จึงสามารถรองรับ การยืดหดตัวของกระเบื้องได้เป็นอย่างดี ช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับพื้นบ้าน หรืออาคารได้อีกด้วย  การใช้งานยาแนวนั้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ควรใช้ร่วมกับ ปูนกาว หรือกาวซีเมนต์ สำหรับปูกระเบื้อง

ประโยชน์ของยาแนว หรือกาวยาแนว

ยาแนว (หรือ กาวยาแนว) เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำหน้าที่คู่ไปกับในการปูกระเบื้อง ช่วยทำให้พื้นบ้านหรืออาคารดูเรียบร้อย สะอาด ในรูปแบบต่าง ๆ นี่คือคุณสมบัติและประโยชน์ของยาแนว:

  1. ป้องกันการรั่วซึมของกระเบื้องและพื้นบ้าน: ยาแนวช่วยป้องกันการรั่วซึมของกระเบื้องและพื้นที่มักจะมีน้ำหรือสารเคมี ทำให้กระเบื้องไม่เสียหาย และยืดอายุการใช้งาน
  2. ป้องกันเชื้อรา: ยาแนวช่วยป้องกันเชื้อราที่มักจะเกิดบริเวณร่องพื้นบ้านหรือร่องกระเบื้อง ทำให้พื้นกระเบื้องมีความสะอาดและปราศจากเชื้อรา
  3. ป้องกันสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็ก: ยาแนวช่วยป้องกันสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็ก ซึ่งอาจเป็นฝุ่น ไร หรือน้ำขัง ที่อาจทำให้กระเบื้องและพื้นผุกร่อนได้
  4. เพิ่มความเรียบร้อยให้กับกระเบื้อง: ยาแนวช่วยปรับเปลี่ยนและเพิ่มความเรียบร้อยให้กับกระเบื้อง ทำให้กระเบื้องยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

วิธีทำความสะอาดยาแนวแบบง่าย

  • ใช้กรดจากน้ำส้มสายชู : น้ำสมสายชูถือเป็นของก้นครัวที่นำไปใช้ทำความสะอาดได้หลากหลายพื้นผิว สำหรับคราบดำที่เกาะในร่องยาแนว และผิวกระเบื้องจนฝังลึก ให้ลองใช้แปรงสีฟันขนแข็งชุบน้ำส้มสายชูให้ชุ่ม แล้วนำไปขัดบริเวณที่คราบดำ ก่อนใช้น้ำเปล่าทำความสะอาดตามอีกครั้ง แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับกระเบื้องหินอ่อนและหินแกรนิต เพราะน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนสูง อาจทำให้กระเบื้องและยาแนวเสียหายได้
  • ผสมน้ำยากำจัดเอง : ผสมน้ำยาโดยการนำน้ำมะนาว น้ำแร่ น้ำส้มสายชู และผงฟอกขาวหรือแอมโมเนียมาผสมกัน แล้วราดลงไปบนยาแนวและทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นใช้แปรงขัดออก พร้อมกับทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด เชื้อราก็จะค่อย ๆ หลุดออกไปจนเกลี้ยง
  • ใช้น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวโดยเฉพาะ : หากต้องการวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด การใช้น้ำยาทำความสะอาดร่องยาแนวโดยเฉพาะจะช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดไปได้มากเลยทีเดียว และช่วยให้ร่องยาแนวขาวเหมือนตอนปูกระเบื้องเสร็จใหม่ ๆ โดยสามารถเทลงบนยาแนวได้โดยตรง ไม่ต้องผสมน้ำ แล้วทิ้งไว้ 2-3 นาที หากคราบสกปรกยังออกไม่หมดก็เทน้ำยาซ้ำลงไปอีก แล้วใช้แปรงสีฟันหรือฟองน้ำเช็ดคราบสกปรกออก จากนั้นก็ทำความสะอาดพื้นตามปกติได้เลย

กาวยาแนว กับ กาวซีเมนต์ ต่างกันอย่างไร

กาวยาแนว มักจะมีวัสดุชนิดหนึ่งที่จะเด้งขึ้นมาให้คุณเกิดความสับสน นั่นก็คือ “กาวซีเมนต์” ต้องขออธิบายเลยว่าเวลาเราปูกระเบื้อง ปกติแล้วจะมีขั้นตอนหลัก ๆ คือ เริ่มด้วยการปรับระดับพื้นที่ที่จะปู จากนั้นทำการรองกระเบื้องด้วยปูนกาวซีเมนต์ แล้วตามด้วยการปูกระเบื้อง เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนแล้ว เราจะทำการลงยาแนวเป็นขั้นตอนสุดท้าย พูดง่าย ๆ คือตัวปูนกาวซีเมนต์จะ ใช้ยึดพื้นกระเบื้องไว้กับพื้นบ้าน โดยเวลาเราใช้กาวซีเมนต์ ก็จำเป็นต้องเว้นช่องให้มีรูโพรงไว้เล็กน้อยเพื่อป้องกันกระเบื้องแตกจากแรงดันและความร้อน จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของกาวยาแนวที่จะมาปิดร่องดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาอย่างที่เราอธิบายไว้ข้างต้นนั่นเอง

สามารถติดตามข่าวสินค้าจากเราได้ที่ Fanpage: HOMESMART.ME